2019/12/16
Category : News

                                                            ทำงานอย่างไร...ให้เป็นมืออาชีพ

 

                                                

 

     ถ้าพูดถึงความเป็นมืออาชีพ เราจะนึกถึงอะไรได้บ้าง บางคนอาจคิดถึงคนที่ทำงานเก่ง บางคนอาจคิดถึงคนที่สามารถทนต่อแรงกดดัน บางคนอาจคิดถึงคนที่ดูคล่องแคล่วว่องไว หรือบางคนอาจคิดถึงคนที่มีความรู้ในการทำงานรอบด้าน สำหรับคุณสมบัติที่กล่าวข้างต้นนั้น เป็นเพียงแค่สิ่งที่เรามองเห็นจากภายนอกเท่านั้น การที่จะทำงานให้เป็นมืออาชีพได้นั้น ต้องอาศัยทักษะและความเชี่ยวชาญมากมาย โดยคุณจะต้องหมั่นพัฒนาตนเอง และเรียนรู้จากคนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่ในสายอาชีพไหนก็ตาม คุณจะต้องตระหนึกถึงความสำคัญของบทบาทตนเองในองค์กร และรู้เป้าหมายของงานที่ทำได้รับผิดมอบหมายได้อย่างชัดเจน เชื่อเถอะว่า บริษัทที่คุณทำงานอยู่นั้น ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเพื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เดินทางต่อไป อย่างมั่นคง ถ้าองค์กรนั้นมีบุคลากรที่ทำงานได้อย่างเป็นมืออาชีพ นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี และ ถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ได้อย่างเป็นมืออาชีพแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะส่งผลดีให้กับตัวคุณและยังเพิ่มความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของคุณอีกด้วย เพราะคุณจะกลายเป็นที่จับตามอง ได้รับคำชมเชย และเป็นที่ยอมรับ เอาเป็นแบบอย่างของเพื่อนร่วมงานอีกด้วย

 

แนวทางสู่การทำงานแบบมืออาชีพ

 

     ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่ในสายอาชีพใดก็ตาม ก็ล้วนแล้วแต่อยากจะประสบความสำเร็จในการทำงานด้วยกันทั้งนั้น หลายครั้งเรากลับมามองย้อนถามตัวเองว่า เราควรจะทำอย่างไร ให้ทำงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลประโยชน์สูงสุดให้กับองค์กรที่เราร่วมงานด้วย เริ่มแรก เราอาจจะถามเพื่อนหรือรุ่นพี่เก่ง ๆ ที่ร่วมงานด้วย หรือค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการเริ่มต้นจากตัวเราเอง โดยการสร้างทัศนคติที่ดีในการทำงานให้กับตัวเอง หากคุณกำลังมองหาแนวทางในการทำงานให้เป็นอย่างผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชัพแล้วละก็ วันนี้เราขอแนะนำ 5 วิธี ที่จะช่วยให้การทำงานของคุณพัฒนาขึ้นได้แบบมืออาชีพ

                              5 วิธี พัฒนาตนเองให้ทำงานเป็นมืออาชีพ

  1. ไม่เกี่ยงงานและไม่ย่อท้อต่อต่ออุปสรรคในการทำงาน

 

                                                             

     ไม่อยากทำงานไกล ไม่อยากออกไปทำงานข้างนอก ไม่อยากตื่นเช้า ทำงานไม่ทันแต่ไม่อยากทำล่วงเวลา ประโยคปฏิเสธเหล่านี้ เป็นประโยคยอดฮิตของคนทำงานทุกช่วงทุกวัย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด หรือเป็นเรื่องแปลกอะไร แต่ถ้าทุกคนในบริษัท มีความคิดแบบนี้ไปซะหมด คิดดูว่ามันจะส่งผลกระทบต่อบริษัทมากน้อยแค่ไหน หากคุณหวังแต่ว่าจะทำงานที่ง่ายและสบาย เราอยากให้ย้อนคิดอีกทีว่า ไม่มีงานไหนหรอกที่จะสบาย งานทุกงานล้วนต้องอาศัยความพยายาม และความมุ่งมั่งกันทั้งนั้น คุณไม่ควรจะเลือกงาน หรือปัดหน้าที่ความรับผิดชอบให้ผู้อื่น ไม่ว่าจะงานเล็กหรือใหญ่ คุณควรจะยินดีที่จะทำงานนั้น ขอให้คิดเสียว่า ไม่ว่าคุณจะได้รับมอบหมายให้ทำงานอะไรก็ตาม ทางผู้ใหญ่ได้มอบความไว้วางใจให้กับคุณและเห็นตามความเหมาะสมแล้ว ขอแค่คุณได้ลองลงมือทำ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุณจะได้เรียนรู้เพิ่มเติม ต่างจากงานเดิมที่คุณเคยทำ การได้ทำงานที่หลากหลาย จะช่วยเปิดโลกทัศน์ในการทำงาน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อร่วมงาน รวมถึงคุณสามารถเล็งเห็นช่องทางเพื่อจะประสบความสำเร็จในอนาคตใดอีกด้วย

 

  1. รู้จักจัดสรรและตรงต่อเวลา

 

                                                                          

     เวลาเป็นสิ่งมีค่าที่สุด ไม่ว่าคุณจะดำเนินชีวิตไปในทิศทางไหนก็ตาม เวลาเป็นสิ่งสำคัญ ในหนึ่งนาที ในหนึ่งวันคุณสามารถ สร้างสรรค์ผลงานได้มากมาย เพียงแค่คุณไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไร้ประโยชน์ ในการทำงานก็เช่นกัน บางครั้งคุณอาจจะต้องทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน คนทำงานหลายคนอาจคิดว่า งานเยอะเกินกว่าจะทำให้เสร็จภายในวันเดียว หรือโครงการที่ทำอยู่นั้น อาจจะต้องยืดเวลาออกไป เพราะยังไม่มีกำหนดเสร็จซักที ถึงอย่างไรก็ตามราเชื่อว่า ถ้าเรารู้จักวางแผนและมีการจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสม คุณจะสามารถจัดการกับงานทุกอย่างเสร็จตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ หากงานที่คุณได้รับมอบหมายมานั้นมีแนวโน้มว่าจะใช้ระยะเวลานานในการทำ คุณควรเริ่มลงมือทำตั้งแต่เนิ่น ๆ และถ้างานนั้นสำเร็จก่อนเวลาที่กำหนด คุณยังใช้เวลาที่เหลือสำหรับตรวจทานข้อผิดพลาดได้อีก นอกเหนือจากนี้การจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะต้องทำ ว่าอันไหนควรทำก่อนหรือหลัง จะส่งผลให้คุณทำงานง่ายขึ้น คุณสามารถทำงานตามกระบวนการขั้นตอนที่คุณวางแผนไว้ อีกทั้งยังลดความสับสน และไม่เป็นระเบียบ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างทำงานอีกด้วย อีกสิ่งสำคัญนอกเหนือจากการจัดสรร นั่นก็คือการตรงต่อเวลา หากคุณเป็นคนที่ชอบมาทำงานสาย แน่นอนว่าคุณจะต้องถูกเพ่งเล็งจากผู้ใหญ่ และในขณะที่เพื่อนร่วมงานคนอื่น เริ่มทำงานไปได้สักพักแล้ว คุณอาจจะต้องมาตามงานทีหลังและทำเสร็จช้ากว่าเพื่อน นอกจากการที่คุณต้องพยายามมาให้ทันเวลาเข้างานแล้ว การส่งงานตรงเวลาก็เป็นอีกสิ่ง ที่จะทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

 

  1. ซื่อสัตย์ต่อองค์กรและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

 

                               

     ในแต่ละองค์กรจะมีการแบ่งแผนก และหน้าที่รับผิดชอบงานที่แตกต่างกันไปอยู่แล้ว บางทีคุณอาจเห็นเพื่อนร่วมงานแผนกอื่น ได้ทำงานที่ง่ายกว่า ซับซ้อนน้อยกว่า หรือคุณอาจคิดว่างานที่คุณกำลังทำอยู่นั้นเป็นงานที่ราบเรียบ และต้องทำวนไปวนมาแบบนี้ทุกวัน ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง ให้คุณตระหนักว่า หน้าที่ใดก็ตามที่ตนเองได้รับมอบหมาย จงทำมันอย่างเต็มที่ และซื่อตรงกับงานให้มากที่สุด สิ่งสำคัญในการทำงานให้เป็นมืออาชีพคือ พยายามสร้างความผิดพลาดให้น้อยที่สุด หรือแทบจะไม่มีเลย เพราะฉะนั้น คุณต้องใช้ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างมาก ในขณะที่ทำงาน หากคุณทำงานเอกสารที่เกี่ยวกับการบัญชี สิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วน คือจำนวนตัวเลขที่ถูกต้อง ไม่ขาดและไม่เกิน หากคุณเป็นวิศวกรออกแบบ แบบร่างของคุณต้องให้มั่นใจว่า สามารถทำการก่อสร้างได้จริง และคำนึงถึงความปลอดภัยมากที่สุด ถ้าคุณทำงานเกี่ยวกับการเงิน หรืองานที่ต้องดูแลเอกสารข้อมูลที่เป็นความลับ คุณไม่ควรจะเผยแพร่ข้อมูลขององค์กรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องให้บุคคลภายนอกทราบโดยเป็นอันขาด หากคุณมีความซื่อสัตย์ต่อองค์กรและตั้งใจทำงานที่ตัวเองรับผิดชอบให้ออกมาดีตั้งแต่แรกแล้ว คุณจะได้รับคำชมเชย และการยกย่องจากผู้อื่นแน่นอน

 

  1. รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและรู้จักแสดงความคิดเห็นต่อที่สาธารณะ

 

                                                                  

     ทักษะการสื่อสารฟังและพูด ถือเป็นอีกทักษะสำคัญ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นอย่างมาก หลายคนเป็นผู้พูดที่ดี แต่กลับกันไม่ค่อยรับฟังผู้อื่น และก็มีบางคน ที่ชอบแต่จะรับสารจากผู้อื่นแต่ฝ่ายเดียว แต่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมา ถ้าคุณลองมองไปรอบข้าง รวมถึงสื่อต่าง คนที่มักประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้น มักจะมีบุคลิกภาพที่ดี มีความมุ่งมั่น มั่นใจ กล้าแสดงออก และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง หากคุณอยากจะทำงานแบบเป็นมืออาชีพแล้วนั้น คุณต้องกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดของตนเอง ต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น บางครั้งคุณอาจจะทำงานผิดพลาด หรือทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ทำงาน และถูกว่ากล่าวตักเตือนจากผู้อื่น คุณควรเปิดใจรับฟังและพยายามแก้ไขในสิ่งที่คุณทำพลาดไป หรือถ้าหากเพื่อนร่วมงานออกความเห็นเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบร่วมกัน การเป็นผู้ฟังที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีม เพราะการรับฟังความคิดเห็นอย่างตั้งใจ และไร้อคติจะช่วยให้ประสานงานราบรื่นและลงตัวมากขึ้น แต่อย่าเพิ่งคิดว่าการฟังอย่างเดียว จะทำให้คุณเป็นมืออาชีพ เพราะความสมดุลในการทำงาน อยู่ที่คุณรู้จักพูดและฟังในเวลาที่เหมาะสม หากคุณมีความคิดใหม่ ๆ ที่อยากสร้างสรรค์ หรือสำเสนอให้เพื่อนร่วมทีมหรือเจ้านายรู้ นี่ถือเป็นโอกาสที่คุณจะได้แสดงศักยภาพในการทำงาน อย่ากลัวว่าสิ่งที่คุณเสนอนั้นจะไม่ดี ไม่มีคนรับฟัง หรือไม่มีคนยอมรับ ให้คุณคิดเสียว่า การลองแสดงความคิดเห็น และจุดยืนของตัวเองในหน้าที่การงาน จะส่งเสริมให้คุณดูโดดเด่นและมีบทบาทในที่ทำงานมากขึ้น หรือหากสิ่งที่คุณเสนอไปนั้นไม่เป็นที่ถูกใจของเจ้านาย ครั้งต่อไปคุณจะได้หาแนวคิดใหม่ ๆ และแก้ไขปรับปรุงข้อผิดพลาด เพื่อที่จะพัฒนางานต่อไปของคุณในอนาคต

 

  1. สร้างคุณค่าให้กับตนเองโดยหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

 

                                                                

     ในปัจจุบันนอกจากการแข่งขันทางธุรกิจ การแข่งขันกันภายในองค์กรหรือบริษัทต่างๆก็มีมากขึ้นด้วย หากคุณไม่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน หรือไม่สร้างคุณค่าให้กันตัวเอง คุณก็จะกลายเป็นพนักงานกินเงินเดือนคนหนึ่งที่ดูไม่พิเศษอะไร แต่ถ้าหากคุณมีความตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเอง พยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอด คุณจะกลายเป็นบุคลากรที่องค์กรต้องการเป็นอย่างมาก ยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงแทบจะตลอดเวลา คุณไม่รู้หรอก ว่าคุณจะถูกเลื่อนตำแหน่งเมื่อไหร่ อาจจะเป็นในระยะเวลาใกล้ ๆ นี่แล้วก็ได้ การที่คอยพัฒนาทักษะในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ และไม่หยุดอยู่กับที่ สิ่งนี้จะทำคุณก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว เพราะการทำงานแบบมืออาชีพนั้น ไม่ได้อาศัยเพียงแค่ อยู่ทนอยู่นาน เพียงอย่างเดียว คุณต้องรู้จักยืดหยุ่น ปรับตัวและไม่ยึดตัวกับกระบวนการเดิม ๆ และการทำงานแบบมือชีพนั้น คือต้องทำงานได้ทุกรูปแบบ รู้จักวางแผนและกำหนดวิธีการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาได้อย่างทันท่วงที และสามารถปรับตัวไปตามสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ เพราะนี่คือสิ่งสำคัญสำหรับการทำงานให้เป็นมืออาชีพ หากคุณรู้จักพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถแล้วนั้น ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะสมบูรณ์แบบ และส่งเสริมให้งานที่คุณดูแลรับผิดชอบมีความหมายต่อองค์กรที่สุด

 

     เมื่อได้อ่านเช่นนี้แล้ว หวังว่าหลาย ๆ คน คงเห็นความสำคัญของการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพและอยากที่จะพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เริ่มจากทบทวนข้อบกพร่องของตนเองและแก้ไขให้ถูกจุด สร้างทัศนคติในการทำงานที่ดีและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน เราไม่อยากให้คิดเพียงแค่ว่า การเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะต้องการให้คนอื่นมองว่าเป็นมืออาชีพ จะทำให้คุณดูเก่ง ดูพิเศษมากขึ้น การที่คุณถูกชมเชยจากคนรอบข้างเป็นเรื่องน่ายินดีและน่าภูมิใจ ซึ่งเปรียบเสมือนผลพลอยได้ แต่แก่นแท้ของการเป็นมืออาชีพนั้น คือการทำงานและสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผลงานที่ออกมามีคุณภาพดี เป็นที่น่าพอใจและสามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้ ซึ่งความเป็นมืออาชีพ เป็นแค่คำที่ถูกเรียกและมองจากผู้อื่นเพียงเท่านั้น แต่สิ่งที่เราพยายามทำและเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้กับตัวเองต่างหาก คือการเป็นมืออาชีพที่แท้จริง