ผลลัพธ์คือผู้สมัครจะเริ่มรับรู้ถึงความไม่สอดคล้องระหว่างภาพลักษณ์ที่องค์กรสื่อสารกับความเป็นจริงภายใน หรือที่เรียกว่า Brand Gap เมื่อสิ่งที่บริษัทพูด ไม่ตรงกับสิ่งที่พนักงานสะท้อนออกมา ช่องว่างนี้จะทำให้เกิดความลังเล และอาจนำไปสู่การตีความเชิงลบ เช่น องค์กรอาจมีบรรยากาศการทำงานที่ไม่น่าอยู่ ไม่เปิดรับฟังความคิดเห็น หรือมีอัตราการลาออกสูง (Turnover Rate) ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจสมัครงานของผู้สมัครอย่างมีนัยสำคัญ
KOE คืออะไร? ทำไม Gen Z ไม่เชื่อ Company Ads อีกต่อไป
All
ครบเครื่องเรื่องงาน
ยุคที่ ‘ผู้สมัคร’ เป็นฝ่ายเลือกองค์กร ทำไม Company Ads อย่างเดียว ไม่พอสำหรับ Gen Z แล้ว KOE คืออะไร?
🌍 ตลาดแรงงานยุคใหม่: องค์กรไม่ใช่ฝ่ายเลือกอีกต่อไป
ตลาดแรงงานในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ในอดีต องค์กรเป็นฝ่าย “คัดเลือก” คนเก่ง แต่วันนี้ โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Talent รุ่นใหม่ พวกเขากลายเป็นฝ่าย “เลือกองค์กร” และ KOE ก็ขึ้นมามีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้สมัครไม่ได้มองแค่เงินเดือน
แต่พิจารณาเรื่อง:
- คุณค่าของงาน (Meaning)
- วัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture)
- ความยืดหยุ่น (Flexibility)
- การเติบโต (Career Path)
สิ่งที่ตามมาคือ การแข่งขันระหว่างองค์กรรุนแรงขึ้นอย่างมาก ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่ “หาคนเก่งให้ได้” แต่คือ “รักษาคนเก่งให้อยู่ระยะยาว”
Company Ads ยังสำคัญ…แต่ไม่พอ
โฆษณาบริษัท หรือ Employer Branding แบบดั้งเดิม มักเล่าเรื่องผ่านภาพลักษณ์องค์กรที่สวยงาม หลายองค์กรลงทุนกับ Employer Branding
ทำวิดีโอ Corporate Image, ออกแบบ Office สวย, สื่อสาร Benefits ครบ
ทำวิดีโอ Corporate Image, ออกแบบ Office สวย, สื่อสาร Benefits ครบ
แต่คำถามคือ:
ผู้สมัครเชื่อข้อมูลที่องค์กรเล่าเกี่ยวกับตัวเองมากแค่ไหน?
Gen Z เติบโตมากับยุครีวิว ก่อนซื้อของยังดูรีวิว
แล้ว “เลือกที่ทำงาน” จะไม่ดูเสียงคนทำงานจริงได้อย่างไร?
ตรงนี้เองที่คำว่า KOE (Key Opinion Employee) กลายเป็นปัจจัยสำคัญ
KOE คืออะไร?
KOE ย่อมาจาก Key Opinion Employee
KOE คือพนักงานที่มีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์องค์กร
ผ่านการแชร์ประสบการณ์ทำงานจริง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
พวกเขาอาจเป็น:
- พนักงานที่โพสต์เล่าประสบการณ์ใน LinkedIn
- พนักงานที่แชร์ชีวิตการทำงานใน TikTok , Instagram , หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ
- คนในองค์กรที่กลายเป็นเสียงสะท้อนวัฒนธรรมจริง
พูดง่าย ๆ คือ KOE คือ “รีวิวจริง” ขององค์กร
ทำไม KOE ถึงสำคัญกับ Gen Z?
ทำไม Gen Z ไม่เชื่อ Company Ads อย่างเดียว?
เพราะ Gen Z ให้ความสำคัญกับ:
- ความจริง (Authenticity)
- ประสบการณ์จริง (Real Experience)
- เสียงจากคนทำงานจริง
ถ้าองค์กรมี Company Ads ดี แต่พนักงานไม่พูดถึงองค์กรเลย หรือมีเสียงสะท้อนเชิงลบ ความน่าเชื่อถือจะลดลงทันที ดังนั้นในยุคดิจิทัล “ความเงียบ” อาจตีความได้ว่าเป็นสัญญาณลบ
🔎 ตัวอย่างเคส: เมื่อ ฺBranding ดี แต่ Key Opinion Employee ต่ำ
ในหลายกรณี เราจะเห็นองค์กรที่ทำ Company Branding ได้ดีมาก
-
เว็บไซต์สวย
-
วิดีโอ Corporate ดูโปร
-
สื่อสาร Culture ชัดเจน
-
มี Awards การันตี
แต่เมื่อค้นหาชื่อบริษัทใน LinkedIn หรือแพลตฟอร์มรีวิว
กลับพบว่า:
-
พนักงานแทบไม่แชร์ประสบการณ์ทำงาน
-
ไม่มี Employee Voice ที่ชัดเจน
-
หรือมีรีวิวเชิงลบมากกว่าเชิงบวก
ลักษณะองค์กรแบบ “Brand Strong but Low KOE”
-
การสื่อสารมาจากฝ่าย Marketing เป็นหลัก
-
พนักงานไม่มีพื้นที่หรือความมั่นใจในการเล่าเรื่อง
-
Culture ภายในยังไม่แข็งแรงพอให้เกิดความภูมิใจ
-
Engagement ภายในต่ำกว่าที่ภาพลักษณ์ภายนอกสะท้อน
ตัวอย่างองค์กรที่มี Key Opinion Employee แข็งแรง

Google Company
พนักงานจำนวนมากแชร์ชีวิตการทำงานจริง ตั้งแต่โปรเจกต์ที่ทำ ไปจนถึงวัฒนธรรมทีม
ทำให้ Employer Brand และ Company Vranding ถูกขับเคลื่อนจาก “คนในองค์กร” ไม่ใช่แค่ฝ่ายการตลาด
🟩 Microsoft

Microsoft Company
พนักงานแชร์เรื่อง Hybrid Work, Learning Culture จนกลายเป็น Employer Branding ที่ขับเคลื่อนด้วยพนักงานเอง
🟥 Netflix

Netflix, Inc.
องค์กรที่ขึ้นชื่อเรื่อง Culture ชัดเจน พนักงานสะท้อนแนวคิด Freedom & Responsibility อย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์แข็งแรงจาก “ภายในสู่ภายนอก”
Low KOE ส่งผลอย่างไรต่อองค์กร?
องค์กรที่มี Low KOE มักพบว่า:
- พนักงานไม่กล้าเล่าเรื่ององค์กร
- Engagement ต่ำ
- Culture ไม่ชัดเจน
- Recruitment ได้จำนวน แต่คุณภาพไม่ตรง
ผลลัพธ์คือ:
- Cost per Hire สูง
- Turnover สูง
- Employer Brand ไม่ยั่งยืน
องค์กรควรทำอย่างไร?
1️⃣ สร้าง Employee Experience ที่ดีจริงก่อนทำโฆษณา
Employer Branding ที่ยั่งยืน เริ่มจาก “ของจริง”
2️⃣ ส่งเสริม Employee Advocacy
สนับสนุนให้พนักงานสร้าง Personal Branding อย่างเหมาะสม
3️⃣ พัฒนา Culture ให้ชัดและจับต้องได้
Culture ที่ดีต้องสัมผัสได้ ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ บนเว็บไซต์
4️⃣ วางกลยุทธ์ Recruitment + Retention ควบคู่กัน
หาคนเก่งได้ ต้องรักษาให้ได้ด้วย
สำหรับคนหางาน ควรดูอะไรบ้าง?
- ดูโพสต์พนักงานใน LinkedIn
- อ่านรีวิวจากหลายแหล่ง
- สังเกตว่าองค์กรสื่อสารอย่างสม่ำเสมอหรือไม่
- ดูว่า Culture ที่พูด ตรงกับเสียงพนักงานจริงหรือไม่
อย่าดูแค่ Company Ads แต่ดู “พนักงานพูดอะไร”
HR Solution ที่ช่วยทั้ง 2 ฝั่ง

Pasona Logo
ในยุคที่ผู้สมัครเป็นฝ่ายเลือกองค์กร
การมีพาร์ทเนอร์ด้าน HR ที่เข้าใจทั้งตลาดแรงงานและพฤติกรรมคนรุ่นใหม่จึงสำคัญ
ที่ Pasona เราให้บริการ HR Solution แบบครบวงจร
สำหรับผู้หางาน
- ให้คำปรึกษาเส้นทางอาชีพ
- แนะนำตำแหน่งงานที่เหมาะกับศักยภาพ
- เชื่อมต่อกับองค์กรชั้นนำ
สำหรับองค์กร
- สรรหา Talent Candidate อย่างมีกลยุทธ์
- วางระบบ Recruitment ที่มีประสิทธิภาพ
- ให้บริการ HR Consulting ด้านพัฒนาองค์กรและบุคลากร
- สนับสนุนการสร้าง Employer Brand และการรักษาพนักงานระยะยาว
เพราะในยุคที่การแข่งขันสูง
การมี HR Partner ที่เข้าใจทั้ง Recruitment และ Retention
คือความได้เปรียบที่แท้จริง
สรุปแล้ว…
Q: Company Ads อย่างเดียวพอไหมสำหรับ Gen Z?
ไม่พอ เพราะ Gen Z ให้ความสำคัญกับเสียงจากพนักงานจริง
Q: KOE สำคัญอย่างไร?
KOE คือพนักงานที่สร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์องค์กรจากประสบการณ์จริง
Q: องค์กรควรทำอย่างไร?
พัฒนา Culture ภายในให้แข็งแรง สร้าง Employee Experience ที่ดี และวางกลยุทธ์ HR แบบองค์รวม
ในโลกที่ “คนเลือกองค์กร”
ความจริงภายในองค์กร
คือกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุดในการดึงดูดและรักษาคนเก่ง
หางานที่ใช่ ได้งานที่ชอบ ต่อยอดความฝัน ไปให้ถึงเป้าหมาย กับ PASONA
Contact: Career Consultant
Phone: 02-108-1250
Email: info@pasona.co.th
ทีมที่ปรึกษา PASONA HR Consulting Service Support
โทร. 02-108-1250 | 093-836-8726
อีเมล hrconsulting@pasona.co.th (รองรับภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, ภาษาญี่ปุ่น)
#Pasona #PasonaThailand #PasonaGroup #KOE #GenZ #CompanyBranding #HRStrategy #Recruitment #TalentAcquisition #EmployeeExperience #RetentionStrategy #HR #HRยุคใหม่ #HRCommunity #HRsolutions #Hiring #CareerGrowth